"ใบเขียวทันใจ แตกยอดไว ด้วย Magnesium Nitrate"

วันนี้เราจะมาดูกันค่ะว่า แมกนีเซียม ไนเตรท นั้นมีความสำคัญอย่างไรกับเกษตรกร…..
แมกนีเซียม ไนเตรท (Magnesium Nitrate) มีสูตรปุ๋ย NPK 10-0-0 โดยมีแมกนีเซียม 15-16% และไนโตรเจน ในรูปไนเตรท 10-11% ละลายน้ำง่าย พืชนำไปใช้ได้ในทันที เหมาะสำหรับไม้ผล ไม้ดอก พืชผัก พืชไร่ ทุกชนิด ซึ่งกว่าจะมาเป็น Magnesium Nitrate จะมีกระบวนการ โดยมีส่วนประกอบวัตถุดิบตั้งต้นดังนี้
Magnesium Oxide + Nitric acid = Magnesium Nitrate Hexahydrate
MgO + 2HNO3 = Mg (NO3)2 6H2O
ประโยชน์
✓ แก้ปัญหาต้นโทรม หลังการเก็บเกี่ยว
✓ ป้องกันการขาดธาตุแมกนีเซียมช่วงออกดอก
องค์ประกอบของแมกนีเซียม ไนเตรท ประกอบด้วย
1. ธาตุแมกนีเซียม (MAGNESIUM)
เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการสังเคราะห์แสง นอกจากนั้นยังเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์แสง มีส่วนช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลภายในพืช ช่วยสร้างสี และช่วยให้ผลแก่ไปพร้อมๆกัน
สาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดธาตุแมกนีเซียม
ปริมาณธาตุแมกนีเซียมถูกตรึงอยู่ในดินมีมาก อากาศเย็นจัด ดินเค็ม มีโปแตสเซียมในดินสูงและมีการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
อาการขาดธาตุแมกนีเซียม
พืชที่ขาดแมกนีเซียมจะแสดงออกที่ใบอย่างชัดเจน คือมีจุดสีเหลืองทั่วทั้งใบ และปลายใบแห้ง โดยส่วนที่ติดกับใบยังมีสีเขียวอยู่คล้ายรูปตัววีในภาษาอังกฤษ โดยพบครั้งแรกที่ใบแก่ ถ้าขาดธาตุแมกนีเซียมมากๆอาจลามไปทั้งต้น

2. ธาตุไนโตรเจน (NITROGEN)
เป็นธาตุที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของพืช ในไม้ผลไนโตรเจนมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโต การออกดอก การติดผล การเจริญเติบโตของผล และคุณภาพของผล และการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน
ไนโตรเจนเป็นธาตุที่จัดว่าเคลื่อนที่ได้ในพืช ดังนั้น เมื่อส่วนของพืชที่กำลังเจริญเติบโต (ใบและยอดอ่อน) ได้รับไนโตรเจนไม่เพียงพอ ไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในส่วนที่เป็นใบแก่จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังส่วนที่เป็นใบอ่อน ทำให้พืชแสดงอาการผิดปกติ
อาการขาดธาตุไนโตรเจน
พืชจะมีลักษณะแคระแกรน ใบแก่มีสีเหลืองอ่อน หรือซีด โดยเริ่มจากปลายใบและใบล่างก่อน หากขาดธาตุไนโตรเจนรุนแรง ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและลุกลามเข้าสู่แกนใบเป็นรูปตัววี ใบจะตายและร่วงก่อนกำหนด อัตราการเติบโต การแตกยอดอ่อนหรือแขนงจะช้า การออกดอกของพืชจะลดลงอย่างมาก




